บันทึกการเดินทาง : ทริป 8 วันตามใจฉันในญี่ปุ่น ( Up to me ! 8 day in Japan )
( เมืองนาโกย่า / ปราสาทนาโกย่า / นาโกย่าโดม / อาราชิ concert / โอไดบะ / ตะลุยโตเกียว ชินจูกุ ชิบุยะ ฮาราจูกุ + ชมวัดอาซากุซะ / เอนโนชิม่า อะคว้าเลี่ยม / ปิดท้ายที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ )
วันเสาร์ที่ 31/พ.ค./51
กลับไปบ้านที่สุขุมวิท เพื่อไปสนามบินสุวรรณภูมิกับพี่สาว กราบบิดา มารดาเสร็จก็ขึ้น TAXI ที่มารับตอน 5 โมงเย็น ถึงสุวรรณภูมิราวๆ 6 โมงเย็น (เครื่องบินออกราวๆ 00.15 น. =_= '' ) ที่ไปก่อนราวกับจะไปเฝ้าสนามบินก็เพราะคุณพี่สาวเป็นโรคขี้กลัว ตะแกกลัวตกเครื่อง !! ทริปนี้ ส่วนของพี่สาวคงไม่เล่า แต่จะขอนินทาเป็นระยะๆ แหะแหะ..เพราะเจ๊ของสุดที่เิลิฟของดิฉันไม่เหมือนใครเจงๆๆ..( คริคริคริ )
เนื่องจากมาถึงก่อนเวลามาก (ม๊ากกก) จึงมีเวลาว่างเหลือเฟือ..เดิน king power จนทะลุทุก shop เลยซื้อน้ำหอม กับถั่วเมคคาเดเมียให้เจ้านาย และน้ำหอมใ้ห้ตัวเอง แล้วค่อยมาเอาวันกลับ..เดินเล่นยาวนานก็ยังไม่ถึงเวลาให้ check in ( แต่โชคดีการบินไทยให้โหลดกระเป๋าแต่หัววัน ไม่งั้นฉันคงต้องเข็นกระเป๋าเป็น door man ไปทั่วสนามบินแน่ๆเร้ย) สำรวจห้องน้ำทุกมุม จนจะไปล้างห้องน้ำให้เขาแล้ว เพราะว่างจัด...เดินไปนั่งซดกาแฟโฮกๆ อยู่ 3 ร้าน ก็ยังไม่ถึงเวลา( ก็คิดเอาเองแล้วกันว่าใช้ชีวิตอยู่ใน Terminal ตั้งแต่ 6โมงเย็นยันเที่ยงคืนค้า!! )
พอถึงเวลาก็แทบถลาขึ้นเครื่อง..กระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีชมพู ( โปรดนึกภาพกางเกงลายทหารสีชมพูที่อาราชิร้องในคอนฯ time เพลง Love situation ลายทหารสีชมพูลายเดียวกันเลยค่ะ เด่นม๊ากกก ) เอาไปโหลดด้วยน้ำหนักเบาหวิว...ส่วนกระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่อง หนักโคตร..!!เนื่องจากยัดทุกอย่างเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น รองเท้าแตะ !!ยันกางเกง + เสื้อยืด เพราะตอนขึ้นเครื่องใส่ชุดเรียบร้อยค่ะ มีสูทลำลอง +กระโปรงขริบลูกไม้ ดูเป็นคุณหนูสุดฤทธิ์ ..จะได้ผ่าน ตม. ที่ญี่ปุ่นได้ง่ายๆหน่อย..( เรอะ !! )
เราจองตั๋วผ่านตัวแทน ( ราคาแพงมหาโหด..ไป-กลับ ราวๆ 25,000 บาท edit : ขอแก้ไขค่ะ ตอนแรกบอกว่าสามหมื่นห้า อันนั้นมันเวอร์เกิน พิมพ์ผิดฮะ จริงๆแล้วมันสองหมื่นห้าก้า...) มีอาหารแบบพิเศษทั้งขาไป-กลับ .. สำหรับเราอาหารแบบพิเศษก็แค่ได้ทานก่อนคนอื่นเท่านั้นเอง แต่นับว่าเหมาะสมกับกระเหรี่ยงอย่างข้าพเจ้าที่ไม่เคยเหยียบแผ่นดินญี่ปุ่น มาก่อนในชีวิต (ส่วนพี่สาวเคยมาญี่ีปุ่นแล้วร่วม 10 วัน เมื่อคราวคอนฯ time แต่....โปรดติดตามว่าเจ๊ของข้าพเจ้าจะช่วยอะไรได้มั๊ย...เหอเหอ) !! จะได้มีเวลานั่งกรอกใบผ่านเข้าเมืองโน่นนี่ได้ละเอียดถี่ถ้วนยิ่งขึ้น..
เมื่อเครื่องบิน landing บนสนามบิน Centair อันลือลั่น ก็ต้องตื่นตาตื่นใจกับวิวนอกสนามบิน เพราะเป็นทะเลรอบทิศ สวยจับใจ...มีเรื่องตื่นเต้นตรง ตม. นิดหน่อย เนื่องจากเราใช้ วีซ่า แบบเยี่ยมญาติ ซึ่งที่ัพักอยู่เมืองคานากาว่า แต่ไหงที่พักคืนแรกจึงอยู่ทีโรงแรม ANA นาโกย่า..หลานคุณชื่อว่าอะไรมิทราบ ???
เอ๊...
แล้วหลานกรู ชื่อจริงชื่อว่าอะไร เรียกแต่ "มดๆๆ" จะบอกว่า ชื่อ "Ant" ตม. คงโดดถีบโดยสดุดี ... ไม่ต้องดูกัน อาราช๊ง อาราชิ ~ งานนี้จึงต้องมี หักเหลี่ยม เฉือนคม กันบ้าง (ได้ข่าวว่าแกลื่นเป็นปลาไหลอยู่คนเดียว) คือ..เราก็เลยแกล้งทำเป็นว่า ตม. หนุ่ม พูดอังกฤษไม่ชัด (ก็ไม่ชัดจริงๆนี่หว่า) " i don't understandddd again pleaseeeee " ระหว่างที่กระล่อนไปเรื่อยนี้ ก็คิดไปด้วยว่าหลานชื่อจริงว่าอะไรฟระ.. ตม. ทำหน้าลำบากใจ กางคู่มือศํพท์ภาษาไทย (เล่มเหี่ยวๆ 1 เล่ม) ชี้ๆให้เราดูว่า เนี่ยะ..จะพูดคำเนี่ยะ ...ผ่านไปสักพัก ...เซลสมองเริ่มทำงาน จำได้ล่ะ..บอกชื่อจริงหลานไป เป็นอันจบกระบวนการ สแกนนิ้วมือ ถ่ายรูป ก็ออกมาเดินหน้าระรื่นในแผ่นดินญี่ปุ่นได้แล้ว ...(แต่ ตม.หนุ่มผู้น่าสงสาร วันนี้คงกลับบ้่านไปฝึกภาษาอังกฤษหน้ากระจกทั้งคืนแน่ =_=' )
เืมื่อหาห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนจากกระโปรงลูกคุณหนู เป็น made in thailand คาราบาวมาเอง ( กางเกงขาสี่ส่วน + เสื้อยืด i love thailand + ร้องเท้าบู้ท ) เสร็จ ก็บึ่งรถไฟ express มาสถานีคานายาม่า ที่พักคืนแรกของทริปนี้โดยด่วน...โผล่มาตรงทางออกทิศใต้ ไม่เห็นโรงแรม ANA สักกะติ๊ด..( ฟ้าฝนก็ตั้งเค้าว่าจะตกมีตกแหล่อยู่แล้ว ) เห็นแต่ Museum เลยเดินไปอีกทาง..วนไปวนมา (โดยมีพี่สาวข้าพเจ้ายืนเฝ้่ากระเป๋าอยู่หน้าสถานีรถไฟ..ช่วยเหลือมากๆเพค๊ะ เสด็จพี่สาว) หลังจากเราเดินหาจนขาบวม..ทนไม่ไหว..ฝนเริ่มเทลงมาแล้วด้วย..เลยถามพนักงาน am/pm แถวนั้นแหละ ปรากฏว่าโรงแรม ANA อยู่หลัง Museum นี่เอง..เอิ๊กกก..ถ้าเดินไปทางมิวเซี่ยมก็เห็นไปตั้งนานแล้ว..
โรงแรม check in 14.00 ตอนนี้เวลา 11 โมง คงต้องฝากกระเป๋ากับจ่ายเงินค่าโรงแรม การันตีที่นอนไว้ก่อน..พนักงานบริการเยี่ยมยอด..พักอยู่ชั้นที่ 24 เมื่อเอาตั๋วคอนฯ กับตั๋วรถไฟ Shinkansen ที่หลานฝากไว้ที่ front โรงแรม ก็ออกมาลุยนาโกย่ากันเลย...เดินอ้อมมาด้านหลัง ก็เป็นห้างที่โอจังจัดนิทรรศการ .....
ข้างหลังป้าย...มีร้านหนังสือ..เจอหนังสือ H หน้าปกโอจัง..ยังไม่ได้ซื้อค่ะ เพราะต้องไปอีกไกล...เอากระเป๋าถือแสนหนักฝากที่ locker ราคาราวๆ 300 - 600 เยน ( ช่องเล็ก ไปจนช่องใหญ่โคตรๆ ) ฝากได้ทั้งวัน..จากนั้นก็มานั่งทานกาแฟที่ Starbucks ข้างสถานีรถไฟ .. สั่ง Ice Venti Caramel Macchiato ราคาน่าจะสัก 600 - 700 เยนล่ะมั๊ง.. ( เรื่องราคาความจำเลือนลาง )
ก่อนไปดูคอนฯ แวะเที่ยวที่ปราสาทนาโกย่า .. ค่าผ่านประตู 500 เยน ...
ระหว่างที่เดินๆ ก็มีฝนตกลงมา และเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ จนต้องวิ่งไปซื้อร่มที่ร้านช๊อปใกล้ๆปราสาท ร่มจึงเป็นอุปกรณ์สำคัญในวันนี้...จากนี้ไปจนถึงนาโกย่าโดม ฝนตกตลอด..เมื่อออกจากปราสาทนาโกย่า ก็ตรงดิ่งไปนาโกย่าโดมกันเลย...ประหลาดใจจริงๆว่า แผนที่ก็ไม่ได้พก เอาไปแต่ไอ้ที่ print ๆ เส้นทางรถไฟแบบมั่วๆในเน็ท แต่ก็ไปถูกไม่มีหลงตลอดทริป...อิอิ..คนมันเก่ง !! ( เริ่มติดนิสัยนิโนะมาล่ะ !!=_=''')
ถึงนาโกย่าโดมราวๆ บ่าย 2 โมง...เริ่มแรกก็ต้องตรงไปซื้อของหน้าคอนฯ..กางร่มเข้าคิวยาวเหยียด..แต่ JR ก็จัดระเบียบสังคมดีอยู่เหมือนกัน แถวไปเร็วมาก... ของที่ซื้อก็ได้รายงานในเอนทรี่ "รายงาน concert" ไปแล้วนะจ๊ะ
พอเวลา 5 โมงเย็นก็ได้เข้าไปในนาโกย่าโดม...
และ 6 โมงเป๊ะ..concert ก็เริ่มทันที (ตรงเวลาม๊ากกกก )
--------------------------------------------------------------------------------
concert เลิก 3 ทุ่ม เดินเท้าร่วมกับสาวๆ เพื่อนั่งรถไฟกลับถึงโรมแรมราวๆ 4 ทุ่ม ..พนักงานสาวถลามาบริการ ช่วยถือกระเป๋า ( ช่วยถือสินค้าอาราชิ อาทิเช่น พัด 5 อัน !!เธอคงนึกอะไรในใจไม่ใช่น้อย..ฮ่าฮ่า..) ส่งถึงห้อง เปิดห้องให้ เดินมาเปิดไฟ เปิดเครื่องฟอกอากาศ เปิดไฟในห้องน้ำ เปิดแอร์ แ้ล้วก็จากลาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ..แม่คุณเอ๋ยยย...สมราคาจริงๆ ( คืนละ 24,000 เยน ) !!!!=_= ""
อาบน้ำหายเหนื่อยแล้ว...ออกมาเดินเล่น...บรรยากาศผีช่องแอร์มากๆ..เพราะ มัีนดึก แล้ว และไม่ใช่แหล่งบันเทิงแบบย่านชิบูยะนะฮับ..จึงได้แต่เดินสำรวจร้านสะดวก ซื้อ..ได้ข้าวปั้นมาทานแก้เป็นลม เพราะตั้งแต่ร้าน starbucks ก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเร้ยยย..วันนี้หลับเป็นตาย แต่มีความสุขที่สุด..
อาราชิ...กับความห่างแค่เก้าอี้ไม่กี่แถว..กรี๊ดดดดดด
------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------
รายงาน Concert .......Arashin in Nagoya Dome

วิ่งเข้าโดมท่ามกลางสายฝนพร่ำๆ ...ซึ๊งงง..เหอะ..ซึ๊งอาไร...หัวลีบ วิ่งน้ำหมากกระจายก็ไม่ว่า...แบบว่าดีใจว่าเห็นของหน้าคอนแค่นี้เอง...วิ่ง ลงบันไดตรงดิ่งไปกันเล๊ยยยย...

มาถึงก็ถ่ายภาพ นี้โช๊ะเด๊ะ เข้าให้...โอ...ภาพใหญ่ได้ใจมักมัก...หลังจากยิงไป 3 รูป...หนุ่ม JR ก็วิ่งถลามาห้ามดิฉันว่าทางนี้เข้าบ่ได้เน้อ...พูดไปข้อยก็ฟังไม่รู้เรื่อง แต่เนื่องจากยังมีความฉลาดหลงเหลืออยู่บ้าง จึงพอเดาว่ามันไม่ใช่ทางเข้าอะนะ...แล้วทางเข้ามันอยู่ไหนล่ะจ๊ะ...หนุ่ม JR ก็ทำมืออ้อมไปด้านโน้นนนนนนน.....(อ้อมโดม)...อีกฝากของที่หล่อนจะเข้านี่ แหละ...ข้าพเจ้าจึงเดินวนรอบโดม ( นึกถึงตอนแห่เทียนพรรษาเข้าไว้)...แต่โดมมันกว้างกว่าวัดสักร้อยเท่ามั๊ง ...กว่าจะมาถึงปลายแถวที่เขาต่อๆกัน ก็เดินกันหลายสิบนาทีอยู่ แต่ไม่ค่อยเหนื่อย เพราะมีสาวๆของอาราชิให้ดูเพลินๆตลอดทาง....วันนี้แต่ละคนเรียกว่า สรรหากันมาแต่งกันเลย ปกติเราก็ว่าสาวๆที่ญี่ปุ่นแต่งตัวกันเก่งๆอยู่แล้ว แต่วันนี้มีอะไรก็งัดเด็ดๆออกมากันเร้ยย ส่วนสาวที่มาจากต่างแดนอย่างข้าพเจ้า...ขอเสื้อและกางเกงที่วิ่งหาสถานีรถไฟ คล่องๆ + รองเท้าดีๆสักคู่แค่นี้ก็พอแร้วว...

ต้องเดินไปทางขวามือในภาพ แล้วอ้อมมม มาทางซ้ายวนไปข้างล่างโน่นแนะ...แต่แถวเร็วดีมักๆ...พอถึงเซ็ทที่เราได้เข้า ไป มันก็มีป้ายใหญ่ๆที่บอกราคา กับของที่มีขายมาล่อตาล่อใจก่อนจะเข้าไปด้วย...ตะแรกที่กะว่าจะขอซื้อแบบชิ วๆๆ..ปรากฎว่า...ช่วงนั้น...เกิดสติดับวูบไปสัก 40 นาทีได้นะเราว่า...เหอะเหอะ...จึงได้มาเยี่ยงนี้....

สินค้าอาราชิ ซื้อแบบไม่อายฟ้าดิน ถือพัดมัน 5 อัน (โอเวอร์เจงๆ)สาวยุ่นก็ยุ่นเถอะ ถอยปายยย...ก็ข้าพเจ้าต้องกำเงินเป็นแสนบาทเพื่อมาดู ไม่ใช่ขึ้นรถไฟชิวๆออกมาจากบ้าน แล้วกำเงินไม่กี่พันก็มาได้แบบสาวยุ่นนี่หว่า..ใครจะว่าไงก็ว่าเถอะ ขอซื้อสนอง need ที่เก็บกดมานาน ( กัดฟันว่าสักวันจะไปเหมาถึงที่ วันนั้นก็มาถึงแล้ว..ฮ่าฮ่า บ้าไปแล้ววว )

นี่คือภาพแอบถ่ายก่อนเล่นคอนฯ สัก 1 ชั่วโมง ( บางท่านอาจคิดผิด พลัดหลงมาอ่าน แล้วมีคำถามว่า ทำไมต้องแอบถ่าย เพราะ JR เค้ามิให้ถ่ายน่ะสิขอรับ..) สีฟ้าๆด้านบนโน้น เป็นเวทีหน้่า เวทีกลางคือทางยาวๆที่เห็นทอดออกมาจากเวทีหน้า ส่วนเวทีหลังคือ stage ดำๆที่เห็นด้านล่างของรูป ตรงมุมเวทีหน้าด้านขวาที่เราถ่ายไม่ถึงจะเป็นจอ TV ตอนยังไม่ได้เล่นก็มีโฆษณารายการอาราชิเป็นระยะๆ เช่นรายการ 24 hours ปีก่อนๆ ซึ่งอาราชิจะได้ร่วมงานอีกในปีนี้ (2008) และที่เรียกเสียงหัวเราะปนฮือฮาคือโฆษณา YATTA MAN ของซากุไร โช ... ตัวเป็นๆยังไม่มา ก็กรี๊ดกระจายกันซะขนาดนี้แล้ว....
ด้านหน้าเวที จนถึงกลางเวที เราเห็นไม่ชัด แต่ก็มีจอมอนิเตอร์ใหญ่ยักษ์ฉายให้ดูอยู่แล้ว ถ้าอยากได้บรรยากาศใกล้ชิด ต้องส่องกล้องทางไกลดูค่ะ ระยะแค่นี้ ซูมได้เป็นคนๆ ถือว่าัชัดเจนดี...( เหมือนเห็นกันระยะประชิด แต่ประชิดข้าพเจ้าคนเดียว เพราะอาราชิมองมามั่วๆ เห็นคนเป็นมด พรืดดดไปหมด )
สุดทางเดินของเวทีกลาง ตรงนั้น จะเป็นที่ที่อาราชิยืนบนแท่นเล็กๆ (โทรอคโค) วิ่งไปๆมาๆ คนที่ได้ตั๋วด้านล่างก็คงคุ้มค่ะ ได้สบตาอาราชิแน่ ... แต่ได้ข่าวว่าตั๋ว Auction เป็นแสนเยน..เฮือกกก..หันมาดูตั๋ว 6,500 เยนของข้าพเจ้าดีกว่า.. ( แอบถามอีตาลุงหน้าคอนฯที่เอาตั๋วมาขายโก่งราคา..แกล้งถามว่าตั๋วที่นั่งตรง ที่ข้าพเจ้านั่งเนี่ยะ ถ้าข้าพเจ้าจะซื้อ..ราคาเท่าใดเพค๊ะ เฮียลุงตอบมาว่า 50,000 เยน ขาดตัว..!! (ห๋าาา)
** คอนฯครั้งนี้ใช้ moveing stage บ้างประปราย และมีรถคันใหญ่ๆ ที่เคยเห็นใน DVD คอนฯ วิ่งรอบๆโดมหลายต่อหลายเพลง ก็คุ้มนะ..ไม่ได้นั่งข้างหน้าก็คุ้ม เพราะอาราชิเล่นคอนฯทั่วถึงจริงๆ จุดที่เรานั่ง เป็นจุดที่นิโนะและจุน ขึ้นรถมาบ่อยๆ
เริ่มทบทวนความทรงจำเพลงแรกกันเลยค่ะ
ประเดิมด้วยเพลง Move your boby ใส่ชุดสีดำทั้งชุด ออกมาเต็นระหว่างเวทีหน้าและเวทีกลาง จากนั้นก็ร้องเพลงติดๆกันอีก 3 เพลง
Happiness
Step and go ได้เห็นท่าโยกซ้ายโยกขวาสลับกันแบบสดๆ...โอว...มิผิดหวัง..
Aisatsu
Love Parade ( พอเริ่มเพลง อาราชิแต่ละคนยืนบนรถคันนิวาล ตบแต่งเต็มที่ ออกแนวสวนสนุกมาก ๆ detail คนอื่นๆ เราไม่แม่น รู้แต่ว่านิโนะน่ารักมากมาย โบกมือกระจาย บนธีมดอกไม้ทั้งคันรถ...คือเวลาส่องกล้องเนี่ยะ มันซูมได้เป็นคนๆอะนะ และดิฉันก็ซูมที่นิโนะมันซะทุำกครา...)
Love so sweet
Everybody Zenshin
Carnival Night part.2 ตอนให้ร้องคานิวาลไนท์พร้อมๆกัน มันส์มากกกกกกกกกกก อินฟินิตี้
โซโล่ โอจัง .....Take me faraway โอจังร้องที่เวทีหน้า...สลับด้วยภาพ MV บนจอใหญ่ไปมา...โอจังแบบใหญ่ยักษ์...เสียงร้องที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ สะกดคนทั้งฮอลได้ชะงักค่ะ...ระหว่างนี้ข้าพเจ้าก็ยืนกระเด้งเพนไลท์ตัวเอง ไปๆมาๆตามสาวยุ่นไปซะแร้วววว
โซโล่ ซากุไร....Hip Pop Boogie คุณชายออกมาจากทางด้านหน้าเวที -- ช่วงที่ร้องท่อน Somebody (yeah) Everybody (yeah)..............Rap ภาษาญี่ปุ่น ( yeah yeah ) Pass da mic : Pass da pen ..Mic and pen ..Rock the world ..ช่วงนี้ซากุไร โยกได้มันส์มากค่ะ...ดนตรีมันกระแทก ๆ ดี...
Flashback
Sirius
โซโล่ ไอบะจัง....Hello Goodbye ไอบะร้องจากเวทีหน้า แล้วใช้ moveing stage เลื่อนมาเวทีหลัง จึงเห็นไอบะค่อนข้างชัด ใส่ชุดสีสดใสน่ารักมากมาย..มีตุ๊กตาหนอนห้อยอยู่ข้างกางกาง..
We can make it
Eyes with delight
Kitto Daijoubu - เต้นตามไม่ทันเพคะเด็จพี่อาราชิ ขออำภัย !!!!
.................MC ....................
( ได้นั่งซะที )
เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัส Omiya SK มันเป็นเช่นนี้เอง...จอ TV ใหญ่ฉายหน้าสองหนุ่ม...แม้จะฟังไม่รู้เรื่องแต่ท่าทางเธอฮาได้ใจมากค่ะ หัวเราะไปกับเค้าด้วย..... อีตอนยิงปืนใหญ่ ดิฉันก็ไม่เก็ทนะ...รู้แต่ว่าสองคนนี้เค้าหวานๆกันน่ะ แบบหน้าชิดหน้า ...
One love
My answer เพลงนี้คือเพลงอันดับ 1 ในอัลบั้มนี้ของเราค่ะ...
Wish ตอนนี้น่าจะไปร้องบนรถกันนะ...ความจำเลือนลาง เลือนลางงงงงง
A Day in our life
โซโล่ Gimmick game - นิโนะมาในชุดดำ เสื้อยืดสีดำข้างใน มีลายขวางๆวาวๆ สลับแดง ใส่ถุงมือดำครึ่งท่อน ร้องที่เวทีหน้าและเวทีกลาง ดูจอ MV เห็นหน้าใสกิ๊กกก.แล้วซีนนิ้วปาดน้ำลาย แล้วเอามาปายคอ..ทำหน้าได้ sexy มักๆ..เอ๊า หลับหูหลับตากรี๊ดกันเข้าไปค้า...
โซโล่ Naked มัสสึจุนร้องที่เวทีหลัง แล้วขึ้น moving stage ไปเวทีหน้า...เปลือยท่อนบน..เอ๊า กรี๊ดกันอีกรอบบบบ....( มันมากรี๊ดอย่างเดียว )
Green ( ฉาย MV รักษ์สิ่งแวดล้อม.)
Once again
Lucky man ร้องบนรถวิ่งรอบๆโดม มาแล้ว ซากุไร มาแล้วววว มา lucky man lucky man ตรงหน้า เย้..แล้วเธอก็ชูสองแขน แหงนหน้ามามองด้านบนๆ...โอยย..ไม่ไหว หล่อเหลือทน..คนอะไรทำไมขาวใสเยี่ยงนี้..
Hadashi no mirai ( ใช่ป่าวววว....ขอจำคนอื่นมาบ้างนะฮับ )
Oh! Yeah!
ทุกคนพูดขอบคุณ (คิดว่านะ) เพราะจะจบ concert แล้ว....
Do my best (ผสม fight song หรือเปล่า สติดับค่ะ) - เป็นที่รู้กันว่า อาราชิมากับบอลลูนในลวดสลิง..วันนี้โชคุงก็แขวนอยู่ด้านบนโดยมิได้ตีลังกา อันใด คนที่ตีหมุนมากที่สุด ได้แก่ คุณไอบะจังนะคะ..เธออยู่ฝั่งซ้ายสุดของคนดู....จนลงมาด้านเวทีหลัง...(เวที หลังอีกแล้ว...) อาราชิใสชุดสีส้ม...จะมีดีเทลแตกต่างกันเล็กน้อย...ตอนนี้ได้เห็นโอจังเต็มๆ ชัดๆแล้ว เพราะโอจังเดินมาโบกมือทางด้านริมเวทีหลัง..ที่เห็นในภาพน่ะค่ะ...โอจังใส เสื้อสีส้มแขนกุด เหมือนจะเป็นผ้าร่มนะ ข้างในเสื้อยืดสีส้มเหมือนกันแต่ลายทางๆ กางเกงลายทหารสีเขียว...นิโนะเสื้อด้านนอกสีส้มแขนถึงข้อศอก ตรงปลายแขนเป็นลายทหารสีเขียว มีผ้าพันคอสีส้ม กางเกงลายทหารสีเขียวเช่นเดียวกัน รองเท้าสีทอง คนอื่นๆ ก็โทนๆนี้แหละค่ะ..น่ารักดี...
(ตอนนี้เพลินไปมองที่ อื่นๆ...โดยเฉพาะแฟนเพลง ...เข้าใจแล้วว่าทำไมคอนมันสนุก เพราะแฟนๆ นี่เอง มีอารมณ์ร่วมตลอดคอนเลย คนเล่นก็มีกำลังใจเล่นน่ะค่ะ เพนไลท์สว่างไสวทั่วไปหมด มองดูแล้วสวยจริงๆ ขนาดมองจากที่นั่งคนดู แล้วถ้ามองจากเวทีล่ะจะขนาดไหน..โอ๊ววว.... )
นาโกย่าโดมวันแรก 31 พฤษภาคม 2551 มีการอังกอร์ 3 รอบค่ะ...จบแบบสวยงามแล้วมันส์หยดด้วยเพลง...Pikaanchi Double
ช่วงอังกอร์-เนะ แหกปากเสียงดังมาก กลมกลืนกับสาวยุ่น เสียงดังไม่แพ้กันเลย ...ฮ่าฮ่า
ชุดสูทที่อาราชิใส่ร้อง น่าจะเพลง one love - ซากุไร สูทสีชมพู , นิโนะ สูทสีเหลือง , จุนคุง สูทสีขาว เสื้อกั๊กสีชมพู โอจังสูทสีฟ้า ไอบะจังสูทสีเขียว ....
รายละเอียดเพิ่มเติม **
- โอจังผมดำ หล่อ ยิ้มสวย...เวลาโบกมือชอบเอียงคอดูแฟนๆ แล้วก็ชี้ๆ กับชูสองนิ้วให้แฟนๆ ( ใครโดนโอจังชี้ คงจะ ณ จังงังไปเลย )
- ซากุไร หน้าเล็กกว่าใน TV แบบประมาณปากนิด จมูกหน่อย แต่กล้ามสวย body สวย
- มัสสึจุน เหมือนใน TV แต่ขาว และเข้มกว่า และ "แมน" ครับท่าน
- ไอบะหุ่นนายแบบแท้ๆ..แบบว่า โมเดิลลิ่งมากๆ
- สุดท้ายนิโนะสุดที่เลิฟ..หล่อแน่ๆอยู่แล้ว..ผิวขาวเนียน พูดเก่ง ยิ้่มอ้อน ได้โล่ไปเลย